top of page

Noun - คำนาม

ก็ตามที่เรารู้จักและเรียนกันมาแหละว่าคำนามคือคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ถ้าเราแบ่งหมดออกเป็นเรื่องใหญ่ๆบางคนก็แยกเป็น นามนับได้ กับนามนับไม่ได้ หรือบางคนก็แยก ABSTRACT NOUN กับ CONCRETE NOUN แต่หลักๆเลยเราต้องรู้ว่านามไหนนับได้นับไม่ได้ เอกพจน์หรือพหูพจน์ เพราะว่าตัวยุ่งมันคือ "กริยา" ค่ะ กริยาคือตัวที่เลือกว่ามันจะตามประธานเอกพจน์หรือพหูพจน์ เพราะฉะนั้นมาดูคำนามตามหมวดหมู่ของมันเลย

ชนิดของคำนาม

1. นามเฉพาะเจาะจง (Proper Nouns) : เป็นชื่อเฉพาะของคน สัตว์ สิ่งของหรือสถานที่ ตัวอย่าง : 

  • Harry Potter went to Hogwarts school in England. He has a pet owl called Hedwig.

  • Harry Potter - ชื่อคน

  • Hogwarts - ชื่อโรงเรียน

  • England - ชื่อประเทศ

  • Hedwig - ชื่อสัตว์เลี้ยง

  • *** Proper nouns ขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่เสมอ

2. นามทั่วไป (Common Nouns) : เป็นชื่อที่เรียกกันทั่วไปสำหรับทุกๆคนหรือทุกๆสิ่งของ

คำนามทั่วไปสามารถแบ่งประเภทย่อยออกเป็นห้าคำนามที่แตกต่างกัน หากเด็กๆรู้จักการแบ่งประเภทย่อย จะช่วยในชั้นเรียนที่สูงขึ้นได้ค่ะ

2.1 Countable Nouns (นามนับได้) – คำนามที่สามารถนับเป็นอันๆได้ เช่น – cats, students, schools, cities, people etc.

คำนามนับได้หมายถึงคำนามที่สามารถนับได้ จำนวนหรือปริมาณของคำนามนับได้ หากต้องการระบุว่าคำนามนับได้หรือไม่ เราสามารถถามคำถามว่า 'how many' ตาม Cambridge Dictionary คำนามนับได้ หมายถึง "คำนามที่มีทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์และชื่อสิ่งที่สามารถนับได้เพราะอาจมีหนึ่งหรือมากกว่านั้น" The Macmillan Dictionary นิยามคำนามนับได้ว่าเป็น “คำนามที่มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์ ในคำนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์มักจะเติม 's' หรือ 'es' เช่น 'mistakes' 'problems' และ 'buses' เมื่อเป็นเอกพจน์ คำนามนับได้มักจะตามหลังตัวกำหนด เช่น 'a', 'this', 'any' หรือ 'a lot of' เช่น 'this house, 'a week' และ 'the way' 

2.1.1 Singular noun (นามนับได้เอกพจน์)

  • มี article -a นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ เช่น a car, a lion, a uniform, a university

  • มี article -an นำหน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ เช่น an apple, an umbrella, an hour, an honest man

  • ตามหลัง this สำหรับคำนามที่อยู่ใกล้ผู้พูด เช่น this pen

  • ตามหลัง that สำหรับคำนามที่อยู่ไกลผู้พูด เช่น that woman

2.1.2 Plural noun (นามนับได้พหูพจน์)

  • เติม -s ให้กับคำที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะทั่วๆไป เช่น cats, dogs, cars

  • เติม -es ให้กับคำที่ลงท้ายด้วยเสียง -s, -ch, -sh, -x, -z หรือสระ เช่น foxes, boxes, buses, quizzes, watches

  • เติม -s ท้ายคำนามที่ลงท้ายด้วย y (เมื่อหน้า y เป็นสระ) เช่น day >> days

  • เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es เมื่อหน้า y เป็นพยัญชนะ เช่น city >> cities, baby >> babies

  • เปลี่ยน -f / -fe ให้เป็น -vies เช่น life >> lives, wolf >> wolves

  • เปลี่ยนรูปไปเลย เช่น foot >> feet, tooth >> teeth, man >> men, datum >> data, phenomenon >> phenomena, ox >> oxen

  • ไม่เปลี่ยนรูป เช่น fish, sheep, deer, salmon​​

***คำนามที่มีการใช้พิเศษ***

special singular and pural nouns

2.2 Uncountable Nouns (นามนับไม่ได้) – คำนามที่ไม่สามารถนับได้เป็นอันๆ คือนับได้แหละบางอันแต่มันมีเยอะมากไง ใช้เหมือนนามเอกพจน์ กลุ่มคำเหล่านี้ถือว่าเป็นนามนับไม่ได้

  1. ของเหลว, แก็ส, ฝุ่น : water, tea, coffee, alcohol, bold, gas, powder

  2. ของกินบางประเภท : rice, beef, bacon, butter, meat, seafood

  3. วัสดุบางประเภท : baggage, luggage, furniture, garbage, machinery, equipment, silk

  4. นามธรรม : damage, danger, love, happiness, traffic, strength, gossip

  5. สาร, ธาตุ : carbon dioxide, hydrogen, iron, metal

  6. วิชา, ความรู้, ข่าวสาร, กีฬา : statistics, science, poetry, information, news, yoga

ให้นำหน้าคำนามด้วยภาชนะ/หน่วยวัด หรือคำบอกประมาณ (quantifiers) โดยกริยาแท้จะผันตามนามตัวหน้า เช่น much water (เอกพจน์), two loaves of bread (พหูพจน์), a tank of oxygen (เอกพจน์), two pieces of furniture

2.3 Collective nouns (สมุหนาม) – เป็นชื่อที่ใช้แทนบุคคลหรือสิ่งของจำนวนหนึ่งที่นำมารวมกัน คำเดียวๆ สามารถเป็นได้ทั้งเอกพจน์ หรือพหูพจน์นะคะ การจะแยกแยะว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ให้ดูว่า ในกลุ่มนั้นทำกิจกรรมอย่างไร หรือ มุมมองของคนพูดเป็นอย่างไรตัวอย่างสมุหนาม

Collective Nouns สำหรับสัตว์

  • Collective noun for bees – Swarm

  • Collective noun for fish – Shoal or School

  • Collective noun for sheep – Herd

  • Collective noun for ships – Fleet

  • Collective noun for birds – Flock

  • Collective noun for lions – Pride

  • Collective noun for wolves – Pack

  • Collective noun for ants – Colony

Collective Nouns สำหรับคน

  • actors (นักแสดง) – Troupe, Company or Cast

  • soldiers (ทหาร) – Army

  • musicians (นักดนตรี) – Band

  • warriors (นักรบ) – Troop

  • directors (ผู้บริหาร) – Board

  • sailors (ชาวประมง) – Crew

  • singers (นักร้อง) – Choir

  • dancers (นักเต้น) – Group

  • thieves (ขโมย) – Pack

  • players (นักกีฬา) – Team

  • delegates (ผู้รับมอบอำนาจ) – Delegation

  • judges (ผู้พิพากษา) – Panel or Bench

Collective Nouns สำหรับสิ่งของ

  • cards (ไพ่) – Deck/Pack

  • cigarettes (บุหรี่) – Packet

  • mountains (เทือกเขา) – Range

  • apples (แอปเปิ้ล) – Bushel

  • bananas (กล้วย) – Comb or Bunch

  • grapes (องุ่น) – Bunch

  • flowers (ดอกไม้) – Bunch or Bouquet

  • trees (ต้นไม้) – Grove or Forest

2.4 Concrete nouns (วัตถุนาม) – คำนามที่สามารถจับต้องได้ รู้สึก สัมผัส และมองเห็นได้ เช่น  toy, car, land, pencil.

2.5 Abstract nouns (อาการนาม) – คำนามที่เป็นนามธรรมใช้เพื่ออ้างถึงแนวคิด ความคิด ประสบการณ์ ลักษณะ ความรู้สึกหรือตัวตนที่ไม่สามารถมองเห็น ได้ยิน ลิ้มรส ดมกลิ่น หรือสัมผัสได้ นามธรรมไม่เป็นรูปธรรมหรือจับต้องได้ มีคำนามที่เป็นนามธรรม (คุณธรรม) มากมายที่ใช้ในสุภาษิต

ตัวอย่างของนามธรรม

  • Glory - ความรุ่งโรจน์

  • Honour - ให้เกียรติ

  • Courage - ความกล้าหาญ

  • Love - รัก

  • Truth - ความจริง

  • Honesty - ความซื่อสัตย์

  • Symbolism - สัญลักษณ์

  • Reflection - การสะท้อน 

การเปลี่ยนกริยาและคำคุณศัพท์ให้กลายเป็นนามธรรม

คำกริยาหรือคำคุณศัพท์สามารถแปลงเป็นคำนามที่เป็นนามธรรมได้โดยการเติมคำต่อท้ายและในทางกลับกัน ดูตัวอย่างด้านล่าง

เปลี่ยนกริยาให้เป็นนามธรรม (-ment / -sion / -tion / -ade / -al  / -ance)

  • Move (เคลื่อนไหว) – movement (การเคลื่อนไหว)

  • Reflect (สะท้อน) – reflection (การสะท้อน)

  • Perceive (รับรู้) – perception (การรับรู้)

  • Appear (ปรากฎ) – Appearance (การปรากฏตัว, ลักษณะภายนอก)

  • Resist (ต่อต้าน) – Resistance (การต่อต้าน)

  • Appoint (นัดหมาย) – appointment (การนัดหมาย)

  • Enjoy (เพลิดเพลิน) – enjoyment (ความเพลิดเพลิน)

  • Assign (มอบหมาย) – assignment (การมอบหมาย)

  • Inform (แจ้ง) – information (ข้อมูล)

  • Decide (ตัดสินใจ) – decision (การตัดสินใจ)

  • Describe (อธิบาย) – description (การบรรยาย, การอธิบาย)

  • Determine (กำหนด, ตัดสินใจ, มุ่งมั่น) – determination (การตัดสินใจ, ความมุ่งมุ่น)

  • Block (หยุด, อุด) – blockage (การหยุด, การปิดล้อม, การอุด)

  • Arrive (มาถึง) - arrival (การมาถึง)

เปลี่ยนคำคุณศัพท์ให้เป็นคำนามธรรม (-th / -y / -ness / -ence / -ance / - dom)

  • Brave (กล้าหาญ) – bravery (ความกล้าหาญ)

  • True (จริง) - truth (ความจริง)

  • Honest (ซื่อสัตย์) – honesty (ความซื่อสัตย์)

  • Weak (อ่อนแอ) – weakness (ความอ่อนแอ)

  • Happy (มีความสุข) – happiness (ความสุข)

  • Conscious (ที่รู้สึกตัว) – Consciousness (การรู้สึกตัว, การตระหนักรู้)

  • Sad (เศร้า) – sadness (ความเศร้า)

  • Mad (โมโห) – madness (ความโมโห)

  • Responsible (มีความรับผิดชอบ) – responsibility (ความรับผิดชอบ)

  • Possible (มีความเป็นไปได้) – possibility (ความเป็นไปได้)

  • Probable (ที่น่าจะเป็นไปได้) – probability (ความน่าจะเป็น)

  • Able (สามารถ) – ability (ความสามารถ)

  • Independent – independence

  • Important (สำคัญ) – importance (ความสำคัญ)

  • Free (มีอิสระ) – freedom (เสรีภาพ)

  • Silent (เงียบ) – silence (ความเงียบ)

คำบางคำสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งคำนามและคำกริยาได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวสะกด นี่คือตัวอย่างบางส่วน

  • Love (v.) – I love Harry Potter's books. 

  • Love (n.) – Love is one of the qualities everyone should possess. 

 

  • Divorce (v.) – Harry cannot divorce his wife.

  • Divorce (n.) – Are you getting a divorce?

 

  • Aim (v.) – You have to aim for the highest grades.

  • Aim (n.) – What is your aim?

 

  • Battle (v.) – Teena had to battle hard to stay in shape.

  • Battle (n.) – Do you know who won the battle?

  • Play (v.) – The children are playing outdoor games.

  • Play (n.) – The Shakespearean play was performed by young artists.​​

นาม - mind map

Noun - mind map

bottom of page